Google GOOGLE เว็บไซต์นี้ เว็บไซต์ EC ทั้งหมด
งานวิจัย
แบบอธิบายความเจ็บป่วยเรื่องผีเข้าของผู้ป่วยที่มารับบริการสุขภาพจิต
แบบ คอบช. 1ย/1ด
แบบเสนอโครงการวิจัย (Research Project)
ประกอบการเสนอของบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
ประจำปีงบประมาณ 2560
------------------------------------
ยื่นเสนอขอรับทุนในกลุ่มเรื่อง การแพทย์และสาธารณสุข
กรอบวิจัย การวิจัยการจัดการองค์ความรู้ ระบบ มาตรการ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ
กรอบวิจัยย่อย การขับเคลื่อนองค์ความรู้ให้เกิดมาตรการในการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรค หรือนําไปสู่การปรับเปลี่ยนแนวทางเวชปฏิบัติ ที่สอดคล้องกับบริบทและความเป็นอยู่แบบไทย
ชื่อโครงการวิจัย :
(ภาษาไทย) แบบอธิบายความเจ็บป่วยเรื่องผีเข้าของผู้ป่วยที่มารับบริการสุขภาพจิต
(ภาษาอังกฤษ) Explanatory models of spirit possession of patient who derived mental health service
 
ส่วน ก : องค์ประกอบของข้อเสนอโครงการวิจัย
1. ผู้รับผิดชอบ
                      1.1 หัวหน้าโครงการ
                      นายอดิศักดิ์                                    ชัยศิริ
                      1.2    ผู้ร่วมงานวิจัย
                      1. นายแพทย์พูนพัฒน์                 กมลวุฒิพงศ์         (20%)
                      2. นางผ่องพรรรณ                       อ้วนพรมมา          (20%)
                      3. นายชาญชัย                               ธรรมงาม              (20%)
                      4. นายวิรัช                                      วัฒนา                     (10%)
                      5. นายพิชญ์พงศ์                          คงนาวัง                 (10%)
                1.3 หน่วยงานหลัก: โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์
2. ประเภทการวิจัย : การวิจัยพื้นฐาน (basic research)
3. สาขาวิชาการและกลุ่มวิชาที่ทำการวิจัย : วิทยาศาสตร์การแพทย์
4. คำสำคัญ (Key Words)
แบบอธิบายความเจ็บป่วย, ผีเข้า,  โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์
5. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาที่ทำการวิจัย :
                ความเชื่อที่เกี่ยวกับผี วิญญาณ ไสยศาสตร์ต่างๆ เข้ามาสิง หรือทำร้ายให้บุคคลที่เป็นเหยื่อได้รับบาดเจ็บหรือถึงแก่ชีวิต ความเชื่อที่มักพบบ่อย ๆ เช่น ผีปอบ ผีเข้า ผีทำ ผีแม่หม้าย เป็นต้น ส่วนใหญ่ มักเกิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในกรณีที่เป็นการแพร่ระบาดของความเชื่อเรื่องผีปอบ มักมีผู้ถูกผีเข้าสิงและผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบร่วมด้วย ซึ่งพบบ่อยว่า เป็นผู้ป่วยที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลจิตเวช และมีแบบอธิบายความเจ็บป่วยของผู้ป่วยเองว่า เป็นอาการ “ผีเข้า” โดยอาการ “ผีเข้า” นี้ ในระบบสุขภาพแบบพหุลักษณ์ (Pluralistic Medical System)1 อาจมีแบบอธิบายความเจ็บป่วยที่ต่างกัน ในตัวผู้ป่วย, ครอบครัว, และชุมชน (Popular sector) อาจจะมีแบบอธิบายความเจ็บป่วยที่ต่างกัน รวมไปถึงระบบแพทย์แผนปัจจุบัน (Professional sector) และแพทย์พื้นบ้าน (Folk sector) ก็ให้แบบอธิบายความเจ็บป่วยของอาการ “ผีเข้า” นี้ แตกต่างกันไปได้
แบบอธิบายความเจ็บป่วย (explanatory model)2  คือ ความเข้าใจและการพยายามอธิบายของผู้ป่วยว่า “ทำไมเขาถึงป่วย” แบบการอธิบายนี้ เป็นการยอมรับความหมายในเชิงวัฒนธรรมของการแสดงอาการเจ็บป่วย หรือ เป็นสำนวนของความเจ็บป่วย (idioms of distress) โดยในแต่ละคนก็มีแนวทางเฉพาะในกลุ่มวัฒนธรรมนั้น ๆ เพื่อบอกอาการและพฤติกรรมตอบสนองต่อความเจ็บป่วย ซึ่งมีอิทธิพลอย่างสูงจากค่านิยมทางวัฒนธรรม การอธิบายทางวัฒนธรรมของอาการผู้ป่วย อาจจะช่วยบอกถึงบทบาทความเจ็บป่วย (sick role) หรือพฤติกรรมของผู้ป่วยที่ทำนายได้ แบบอธิบายความเจ็บป่วยนี้ ประกอบด้วย ความเชื่อของผู้ป่วยเกี่ยวกับพยากรณ์โรค และทางเลือกการรักษาที่ผู้ป่วยจะเลือก แบบอธิบายของผู้ป่วยนี้อาจจะกำกวมหรือชัดเจนก็ได้ และอาจจะมีหลายความคิดที่ขัดแย้งกับคนอื่น บางครั้งแบบอธิบายความเจ็บป่วยของแพทย์และผู้ป่วย อาจไม่เหมือนกันก็ได้ การเข้าใจแบบอธิบายความเจ็บป่วยทั้งหมดนี้ ควรเป็นที่ยอมรับทั้งแพทย์และผู้ป่วยที่มีเป้าหมายร่วมกัน รวมไปถึงอาการที่จะรักษาและแนวทางรักษาที่จะใช้ด้วย
                วัชนี หัตถพนม และคณะ3 ได้ศึกษาเรื่องพิธีไล่ผีปอบในช่วงการประชุม APEC (Asea Pacific Economic Cooperation)                 กรณีศึกษาครั้งนี้ได้รายงานผู้ป่วย 2 ราย รายที่ 1 นางสาว ก. มีอาการหมดสติบนหลังคาบ้านขณะไปปรับเสาอากาศโทรทัศน์ โดยก่อนไม่รู้สึกตัวบอกว่ามีปอบมาเข้าสิงจึงเกิดข่าวลือ และเรื่องราวไปเชื่อมโยงกับการตายของคนในหมู่บ้าน 8 เดือนที่ผ่านมามีคนตาย 20 คน จากการตรวจทางจิตวิทยาไม่พบอาการทางจิต แต่มีความขัดแย้งในจิตใจ จิตแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค trance and possession disorders, รายที่ 2 นาง ค. ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ จากการตรวจทางจิตวิทยาไม่พบลักษณะของอาการทางจิต จิตแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค adjustment disorder with anxious depressed mood ซึ่งจะเห็นได้ว่า แบบอธิบายความเจ็บป่วย (explanatory model) ของผู้ป่วย, คนในหมู่บ้าน และจิตแพทย์ที่ความแตกต่างกัน
เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแบบอธิบายความเจ็บป่วยของผู้ป่วยที่มีอาการผีเข้าที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ ซึ่งมีผู้ป่วยที่มีความเชื่อที่เกี่ยวกับผี วิญญาณ ไสยศาสตร์ต่างๆ เข้ามาสิง การวิจัยนี้จึงสนใจที่จะศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพในเชิงปรากฏการณ์วิทยา เพื่อเข้าใจแบบอธิบายความเจ็บป่วยของผู้ป่วยที่มีอาการผีเข้าที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ โดยทำความเข้าใจแบบอธิบายความเจ็บป่วยทั้งตัวผู้ป่วย, ครอบครัว, ชุมชน, แพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์พื้นบ้าน เพื่อให้เกิดความเข้าใจและยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งสอดคล้องกับกรอบการวิจัย ในการขับเคลื่อนองค์ความรู้ให้เกิดมาตรการในการควบคุม ป้องกัน และรักษาโรค หรือนําไปสู่การปรับเปลี่ยนแนวทางเวชปฏิบัติ ที่สอดคล้องกับบริบทและความเป็นอยู่แบบไทย
6. วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย
                - เพื่อศึกษาแบบอธิบายความเจ็บป่วยของผู้ป่วย, ครอบครัวและชุมชนผู้ป่วยที่มีอาการผีเข้า  ซึ่งมารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์
                - เพื่อศึกษาแบบอธิบายความเจ็บป่วยของจิตแพทย์และแพทย์พื้นบ้านที่รักษาผู้ป่วยที่มีอาการผีเข้า ซึ่งมารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์
 
7. ขอบเขตของโครงการวิจัย
                การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative study) จะศึกษาเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการผีเข้า ซึ่งมารับบริการโรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์เท่านั้น
8. กรอบแนวความคิดในการวิจัย (Conceptual Framework)
                การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอิงกรอบแนวความคิดของปรากฏการณ์วิทยา เพื่อทำความเข้าใจแบบอธิบายความเจ็บป่วยของผู้ป่วยที่ให้ความหมายว่าเกิดจาก “ผีเข้า” และแนวความคิดระบบสุขภาพแบบพหุลักษณ์ (Pluralistic Medical System)1 ซึ่งมีแบบอธิบายความเจ็บป่วยที่ต่างกัน ในตัวผู้ป่วย, ครอบครัว, และชุมชน (Popular sector) อาจจะมีแบบอธิบายความเจ็บป่วยที่ต่างกัน รวมไปถึงระบบแพทย์แผนปัจจุบัน (Professional sector) และแพทย์พื้นบ้าน (Folk sector) ก็ให้แบบอธิบายความเจ็บป่วยของอาการ “ผีเข้า” นี้ แตกต่างกันไปได้

การดูแลตัวเองของภาคประชาชน
(Popular sector)
การแพทย์พื้นบ้าน
(Folk sector)
การแพทย์ภาควิชาชีพ
(Professional sector)
 
 
 
 
 
 
 
 
 

ระบบสุขภาพแบบพหุลักษณ์ (Pluralistic Medical System)
 
 
9. ทบทวนวรรณกรรม :
                - สงัน สุวรรณเลิศ4 ได้ศึกษาคนที่ถูกผีปอบเข้าทั้งหมด 62 รายใน 2 จังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เป็นประชาชนที่อยู่ตามหมู่บ้าน ผีปอบจะเข้าอยู่ประมาณประเดี๋ยวเดียวถึง 48 ชั่วโมง มีเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ผีออกแล้วผู้ที่ถูกผีเข้าจะมีสภาวะเหมือนเดิม ผู้ที่ถูกผีปอบเข้าบ่อยๆ จะมีบุคลิกลักษณะเป็นแบบอุปาทานบุคลิกลักษณะ ในขณะที่ผีเข้าจะมีอาการแบบปรากฎการณ์ dissociative การวินิจฉัยโรคคืออาจเป็นโรคอุปาทานชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะ นอกจากนี้ได้ศึกษาผู้ป่วยโรคจิตจำนวน 10 ราย ที่มีอาการผีเข้าซึ่งเป็นผีปอบเมื่ออยู่โรงพยาบาลเพียง 1-2 สัปดาห์ อาการดีขึ้น การวินิจฉัยจึงควรจะเป็นโรคอุปาทาน สำหรับตัวผีปอบเองเมื่ออยู่ในชุมชนก็จะถูกขับไล่เรื่อยๆ ไป เพราะชาวบ้านรังเกียจ ที่จะไปเข้าคนอื่นๆ ให้ได้รับความเจ็บป่วย มีหมู่บ้านหนึ่งชื่อหมู่บ้านโทโร่อยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด หมู่บ้านนี้จะรับพวกผีปอบไปรักษาเพื่อไม่ให้เข้าคนและให้อยู่ในหมู่บ้านและทำมาหากินได้ตลอดไป
                - วัชนี หัตถพนม และคณะ3 ได้ศึกษาเรื่องพิธีไล่ผีปอบในช่วงการประชุม APEC (Asea Pacific Economic Cooperation)     ที่จังหวัดขอนแก่น กรณีศึกษาครั้งนี้ได้รายงานผู้ป่วย 2 ราย รายที่ 1 นางสาว ก. มีอาการหมดสติบนหลังคาบ้านขณะไปปรับเสาอากาศโทรทัศน์ โดยก่อนไม่รู้สึกตัวบอกว่ามีปอบมาเข้าสิงจึงเกิดข่าวลือ และเรื่องราวไปเชื่อมโยงกับการตายของคนในหมู่บ้าน 8 เดือนที่ผ่านมามีคนตาย 20 คน จากการตรวจทางจิตวิทยาไม่พบอาการทางจิต แต่มีความขัดแย้งในจิตใจ จิตแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค trance and possession disorders, รายที่ 2 นาง ค. ถูกกล่าวหาว่าเป็นผีปอบ จากการตรวจทางจิตวิทยาไม่พบลักษณะของอาการทางจิต จิตแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรค adjustment disorder with anxious depressed mood ซึ่งจะเห็นได้ว่า แบบอธิบายความเจ็บป่วย (explanatory model) ของผู้ป่วย, คนในหมู่บ้าน และจิตแพทย์ที่ความแตกต่างกัน
                      - กชกร โพธิหล้า5 ศึกษาอิทธิพลความเชื่อเรื่องผีปอบที่มีความสัมพันธ์กับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา พบว่า คนภาคอีสานนำเอามูลเหตุที่เกิดขึ้นในพระพุทธศาสนามาประยุกต์เข้ากับความเชื่อเรื่องผีเดิมเป็นประเพณีฮีตสิบสองในการประกอบการทำบุญทั้งสิบสองเดือน สำหรับผู้หวังมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ หรือนิพพานในอนาคต ความเชื่อเรื่องผีของคนไทยมีการจัดประเภทผีทั่วไป ไว้มากมาย เช่น ผีบรรพบุรุษ      รุกเทวดา ผีปอบ ผีแม่นาคพระโขนง และผีอื่นๆ เชื่อว่ามีผีให้คุณให้โทษ และยังเป็นการแสดงเคารพกตัญญูต่อผีบรรพบุรุษ ทำให้คนไม่กล้าทำผิดเป็นการควบคุมความประพฤติบุคคลโดยทางอ้อม  การประกอบพิธีฮีตสิบสองหมู่บ้านดอนยานาง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นการประกอบงานบุญ เช่น งานวันสงกรานต์แสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว    ด้วยการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผีบรรพบุรุษ และการทำบุญซำฮะที่ศาลากลางหมู่บ้านนิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาทำพิธีปัดรังควานขับไล่สิ่งไม่ดีให้ออกไปพ้นเขตหมู่บ้าน
 
10. เอกสารอ้างอิง:
1. โกมาตร    จึงเสถียรทรัพย์. พหุลักษณ์ทางการแพทย์กับสุขภาพในมิติสังคมวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร; 2548.
2. Sadock BJS, Virginia A.; Ruiz, Pedro. Transcultural Psychiatry.In : Kaplan & Sadock's Comprehensive Textbook of Psychiatry, 9th Edition: Lippincott Williams & Wilkins; 2009.
3. วัชนี หัตถพนม, กนกวรรณ กิตติวัฒนากูล, ทิพากร ปัญโญใหญ่, กาญจน์กนก สุรินทร์ชมภู, ไพลิน ปรัชญคุปต์. พิธีไล่ผีปอบในช่วงการประชุม APEC : ผลการช่วยเหลือภาวะวิกฤตชุมชน. ขอนแก่น : พระธรรมขันต์; 2547.
4. สงัน สุวรรณเลิศ. สุขภาพจิตของผีปอบ: ปรากฎการณ์ผีเข้า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2515;1:21-4.
5. กชกร โพธิหล้า. การศึกษาวิเคราะห์อิทธิพลความเชื่อเรื่องผีปอบที่มีความสัมพันธ์กับพิธีกรรมทางพุทธศาสนา : กรณีศึกษา บ้านดอนยานาง, จังหวัดกาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2556.
11. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ด้านวิชาการ
                -ทราบแบบอธิบายความเจ็บป่วยของผู้ป่วย, ครอบครัวและชุมชนผู้ป่วยที่มีอาการผีเข้า  ซึ่งมารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ รวมถึงแบบอธิบายความเจ็บป่วยของจิตแพทย์ด้วย
ด้านนโยบาย
                - เป็นข้อมูลพื้นฐานเชิงคุณภาพ ในโรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ เพื่อวางแผนให้การบริการและวิจัยต่อไปในอนาคต
                ด้านสังคมและชุมชน
-เข้าใจบริบททางสังคมวัฒนธรรมที่มีผลต่อแบบอธิบายความเจ็บป่วยของผู้ป่วย, ครอบครัวและชุมชนผู้ป่วยที่มีอาการผีเข้า  รวมถึงแบบอธิบายความเจ็บป่วยของแพทย์พื้นบ้านในชุมชนด้วย
 
12. แผนการถ่ายทอดผลการวิจัยสู่กลุ่มเป้าหมาย :
                นำเสนอข้อค้นพบให้กับผู้ให้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ การตีความของผู้วิจัย
13. ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology)
สนามหรือสถานที่วิจัยหลัก หอผู้ป่วยในและแผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์
การเลือกผู้ให้ข้อมูลหลัก (key informant)
เป็นผู้ป่วยที่ให้ความหมายว่าอาการเจ็บป่วยของตัวเองเกิดจาก “ผีเข้า” ที่มารับการรักษาที่ โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ อยู่ในช่วงอายุ 15 ปี ขึ้นไป ในช่วงเวลาที่กำหนด
ใช้หลักเลือกผู้ให้ข้อมูลที่หลากหลายมากที่สุด (maximum variation sampling) เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่ศึกษาได้อย่างครอบคลุมเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุด เลือกผู้ให้ข้อมูลที่มีความแตกต่างให้มากที่สุดทั้งในแง่ของภูมิหลังและประสบการณ์
เครื่องมือที่ใช้ในการวัดตัวแปร
แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป เช่น เพศ, อายุ, เชื้อชาติ, ภาษา, ภูมิลำเนา, ศาสนา, อาชีพ, การศึกษา, รายได้, รสนิยมทางเพศ และเพศภาวะ
ทีมผู้วิจัยผ่านการอบรมวิจัยเชิงคุณภาพ จากแผนการฝึกอบรมนักวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้แนวคำถามที่ใช้อิงแนวคิดแบบอธิบายความเจ็บป่วย (explanatory model)
การเก็บรวบรวมข้อมูล        ทีมผู้วิจัยเก็บรวมรวมข้อมูลจากผู้ป่วยที่ให้ความหมายว่าอาการเจ็บป่วยของตัวเองเกิดจาก “ผีเข้า” ที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ อยู่ในช่วงอายุ 15 ปี ขึ้นไป ในช่วงเวลาที่กำหนด ผ่านวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก, สัมภาษณ์ผู้ดูแลหรือครอบครัวของผู้ป่วย, สัมภาษณ์กลุ่มชุมชนของผู้ป่วย, สัมภาษณ์จิตแพทย์ที่รักษาผู้ป่วย รวมไปถึงแพทย์พื้นบ้านที่ผู้ป่วยเคยไปรักษา เก็บข้อมูลพื้นฐานจากเวชระเบียนของผู้ป่วย นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน
การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis)
                วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา 7 ขั้นตอนของ Colaizzi’s method คือ
1) อ่านข้อความที่ถอดจากเทปเสียงจากการสัมภาษณ์อย่างละเอียด
2) code คำพูด หรือประโยคที่สำคัญหรือพูดถึงบ่อย ๆ ออกมาก
3) สร้างดัชนีจากข้อความโดยอิงแนวคิด รูปแบบทางวัฒนธรรม
4) จัดประเภท ทำหมวดหมู่ข้อมูล จากดัชนีประมวลข้อมูล
5) ตีความ เชื่อมโยงประเภท และหมวดหมู่ข้อมูล
6) หาความหมายของคำ เหตุการณ์ หรือวาทกรรมที่ค้นพบ
7) นำเสนอข้อค้นพบให้กับผู้ให้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบความเข้าใจ การตีความของผู้วิจัย
การตรวจสอบข้อมูล
ใช้วิธีการตรวจสอบสามเส้า (triangulation) ดังนี้
1. ตรวจสอบข้อมูลโดยการศึกษาประเด็นเดียวกัน แต่ใช้ข้อมูลที่มาจากหลายแหล่ง เพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลาย แหล่งข้อมูลในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาที่ต่างกัน สถานที่ต่างกัน ผู้ให้ข้อมูลและผู้รวบรวมข้อมูลต่างกัน
2. ใช้วิธีการเก็บข้อมูลตั้งแต่ 2 วิธีขึ้นไปในการเก็บข้อมูลที่ศึกษาในประเด็นเดียวกัน
3. ใช้นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่มีความเชี่ยวชาญต่างสาขากันมาพิจารณาข้อมูล ผลการวิเคราะห์ประเด็นเดียวกัน เพื่อให้ได้คำอธิบายปรากฏการณ์ที่มีหลากหลายมุมมอง
4. ใช้ทฤษฏีหรือแนวคิดหลาย ๆ อย่างมาพิจารณา วิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ในประเด็นเดียวกัน เพื่อให้การอธิบายปรากฏการณ์ที่ศึกษากระจ่าง ชัดเจน ครบถ้วนทุกมิติ
 
 
 
 
14. แผนการดำเนินงาน :
 
หัวข้อ
ระยะเวลาดำเนินการ
(พฤศจิกายน 2559 – มิถุนายน 2560)
 
พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย.
1. ประชุมทีมวิจัยเพื่อมอบหมายความรับผิดชอบและเสนอโครงการเข้าคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์                
2.ทีมวิจัยประชุมพิจารณาแนวคำถามในการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ป่วย, ผู้ดูแลและครอบครัว, ชุมชน                
3.ทีมวิจัยดำเนินการเก็บข้อมูล การสนทนากลุ่ม และการสัมภาษณ์เชิงลึก                
4.วิเคราะห์ข้อมูลและเขียนข้อค้นพบ                
5. จัดประชุมเวทีสาธารณะ เพื่อนำเสนอข้อค้นพบและรับฟังข้อคิดเห็น ทั้งเวทีในกลุ่มผู้ป่วย, ผู้ดูแลและครอบครัว และชุมชน                
5.สรุปรายงาน/เผยแพร่                
                   
 
15. ปัจจัยที่เอื้อต่อการวิจัย :
                - สถานที่หรือสนามที่วิจัย ทำในโรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ เป็นสถานที่ทำงานของทีมวิจัยเอง จึงค่อนข้างสะดวกในการเข้าถึงสนามวิจัย
                - ชุม่ชนที่เป็นสนามวิจัย เป็นชุมชนในเขตบริการของโรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ ซึ่งสามารถติดต่อเข้าถึงชุมชนเครือข่ายได้
16. งบประมาณ:
                - ค่าตอบแทนที่ปรึกษางานวิจัย                        2 คน x 20,000                                                    40,000   บาท
                - ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของวิจัย              60           บาท/คน/ครั้ง x 10 คน x 20 วัน      84,000   บาท
                - ค่าตอบแทนผู้ให้ข้อมูล                                    100         บาท/คน/ครั้ง x 40 คน                       4,000     บาท
                -ค่าที่พัก                                                                 1,500     บาท/วัน x 10 วัน x 6 คน                  90,000   บาท
                - ค่าวัสดุ                                                                                                                                                1,500     บาท
                - ค่าถอดเทป                                                         400         บาท/ชม. X 10 วัน                              4,000     บาท
- ค่าวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ                                                                                                       5,000     บาท
                - ค่าจัดทำรายงานวิจัย                                                                                                                         5,000     บาท
                - ค่าพิมพ์รายงานวิจัย                                                                                                                         10,000   บาท
                - ค่าบริการจัดการโครงการ                                                                                                               1,000     บาท
                - ค่าสำเนาเอกสาร                                                                                                                               3,000     บาท
                - ค่าแปลบทคัดย่อเป็นภาษาอังกฤษ                                                                                 800         บาท
รวม                                                                                                                                        248,300 บาท
17. ผลสำเร็จและความคุ้มค่าของการวิจัยที่คาดว่าจะได้รับ :
ได้ผลสำเร็จเบื้องต้น (preliminary results) เป็นองค์ความรู้ แบบอธิบายความเจ็บป่วยเรื่องผีเข้าของผู้ป่วยที่มารับบริการสุขภาพจิต เพื่อนำไปต่อยอดงานวิจัยในอนาคต
ลงลายมือชื่อ หัวหน้าโครงการวิจัย
      (นายอดิศักดิ์                 ชัยศิริ)
         ……./……../………….

เอกสารดาวน์โหลด
วันที่ประกาศ : 2016-06-17 18:12:55 | ดาวน์โหลด : 791 | ดู : 779
 
 

โรงพยาบาลจิตเวชเลยราชนครินทร์ @2014
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข